ข่าวต่างประเทศ

A16z และ Polychain ร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพ Celo ด้าน Crypto Payment โดยมอบเงินทุนรวม 25 ล้านดอลลาร์


A16z Crypto กองทุนคริปโทเคอร์เรนซีของบริษัทร่วมทุน Andreessen Horowitz และ Polychain บริษัทร่วมลงทุน VC ได้ร่วมลงทุนรวม $25 ล้านเหรียญ ในสตาร์ทอัพ Celo บริษัทระบบชำระเงินด้วยคริปโทเคอร์เรนซี (cryptocurrency payment)

Celo ประกาศเมื่อวันอังคารว่า บริษัทลงทุน 2 ราย แต่ะละรายร่วมลงทุนในโครงการ Celo Gold token เป็นจำนวนเงิน $15 ล้านเหรียญ และ $10 ล้านเหรียญ ตามลำดับ

ความพยายามระดมทุนสร้างโทเคนยังได้รับความร่วมมือจาก “หลายสถาบันชั้นนำจากทั่วโลก” Celo กล่าว และยังไม่ขอเปิดเผยเงินทุนทั้งหมด

โปรโตคอลของ Celo ถูกออกแบบมาให้เป็นมิตรกับมือถือ และ “คล่องตัวเป็นพิเศษ” ทำให้สามารถส่งเงินไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือได้ Celo Gold token ตัวโครงการเองอธิบายว่า “ต้านทานเงินฝืด” เป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่ลดความผันผวนด้านราคาได้ สตาร์ทอัพยังเสนอเหรียญอื่น ๆ อีกด้วย อย่างเช่น Celo Dollar ซึ่งเป็นเหรียญที่มีเสถียรภาพ (stablecoin) ตรึงกับเงินดอลลาร์สหรัฐ

ในทางธุรกิจ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สามารถส่งเงิน โอนเงิน และทำธุรกรรมไมโครเพย์เมนต์ ให้สามารถทำผ่านแพลตฟอร์มโอเพนซอร์สได้ง่ายขึ้น จะมุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงธนาคารหรือสินเชื่อธนาคารได้

บริษัทกล่าวว่า

เราเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สถานะทางสังคมเศรษฐกิจเป็นอย่างไร ก็ควรสามารถเข้าถึงเครื่องทางการเงินพื้นฐานเพื่อจัดเก็บและส่งเงินได้อย่างเท่าเทียม

Celo

Celo พึ่งเปิดตัวโครงการนำร่อง “wallet app ใช้งานง่าย ๆ” ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้

ในอาร์เจนตินาและแทนซาเนียผู้ใช้งานและร้านค้าที่ “ผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว” สามารถส่งเงินปริมาณน้อย ๆ ได้แล้ว บริษัทกำลังวางแผนออกแพลตฟอร์ม public testnet สู่สาธารณะในฤดูร้อนนี้

นอกจากนี้ยังสามารถดึงบุคคลที่มีความสามารถโดดเด่นเข้ามาเมื่อเร็ว ๆ นี้ Chuck Kimble อดีตหัวหน้าหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์จาก Circle ได้เข้าร่วมงานกับ Celo ในเดือนกุมภาพันธ์ในฐานะหัวหน้าหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ และในเดือนกันยายน Brynly Llyr  อดีตที่ปรึกษาทั่วไปของ Ripple เข้าร่วมงานกับ Celo เช่นเดียวกัน

บริษัทยังบอกอีกว่าปัจจุบันมีผู้สนับสนุน 40 รายในโครงการระดับนานาชาติ ดึงความเชี่ยวชาญจาก World Bank Group และ UN มาได้ รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Google, Microsoft และ Apple นอกจากนี้ยังมีบริษัททางการเงิน ได้แก่ PayPal และ Morgan Stanley ด้าน Academia ก็มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน และบุคลากรจาก MIT, Stanford, Harvard และ Berkeley ก็ให้ความช่วยเหลือเช่นเดียวกัน

ที่มา : coindesk.com

Show Buttons
Hide Buttons