ข่าวต่างประเทศ, สินทรัพย์ดิจิทัล

ธนาคารแห่งลิทัวเนีย กำลังจะออก LBCOIN เหรียญสะสมดิจิทัลด้วยบล็อกเชนสาธารณะ

ฟังบทความข่าว


โดยสรุป

  • ธนาคารแห่งลิทัวเนีย (Bank of Lithuania) กำหนดออก LBCOIN ในวันที่ 23 กรกฎาคม
  • LBCOIN เป็นเหรียญสะสมดิจิทัลบนบล็อกเชนสร้างขึ้นบนบล็อกเชน NEM
  • เหรียญดังกล่าว ไม่ใช่สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC)

ธนาคารแห่งลิทัวเนีย (Bank of Lithuania) ธนาคารกลางของประเทศ กำหนดออก LBCOIN เหรียญสะสมดิจิทัล (digital collector coin) ด้วยบล็อกเชน ในวันที่ 23 กรกฎาคม

LBCOIN ประกอบไปด้วย โทเคนดิจิทัล 6 เหรียญ เหรียญสะสมที่จับต้องได้อีกหนึ่งเหรียญ นั่นหมายความว่าใครซื้อ LBCOIN จะได้รับโทเคนดิจิทัล 6 เหรียญ และสามารถแลกเปลี่ยนกับเหรียญสะสมที่จับต้องได้อีกด้วย

แต่ละโทเคนดิจิทัลจะเป็นรูปหน้าเหรียญผู้ลงนามในพระราชบัญญัติอิสรภาพของลิทัวเนียเป็นชายยี่สิบคน และอีกเหรียญเงินที่จับต้องได้คล้ายบัตรเครดิต โดยมี €19.18 ปีที่ลงนามพระราชบัญญัติโดยผู้ลงนาม 20 คน (นักบวช, ประธานาธิบดี, นักการทูต, นักอุตสาหกรรม, นักวิชาการ และข้าราชการ)

ธนาคารแห่งลิทัวเนียจะออกทั้งหมดจำนวน 4,000 LBCOIN นั่นคือ 24,000 โทเคนดิจิทัล และ 4,000 เหรียญที่จับต้องได้ หนึ่ง LBCOIN ราคาเท่ากับ 99 ยูโร (~$110)

ไม่ใช่ สกุลเงิน CBDC

แน่ใจได้ว่า LBCOIN ไม่ใช่สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC) แต่จะช่วยให้ธนาคารสำรวจ CBDC ได้หากโครงการประสบความสำเร็จ

ธนาคารแห่งลิทัวเนีย กำลังจะออก LBCOIN เหรียญสะสมดิจิทัลด้วยบล็อกเชนสาธารณะ

“LBCOIN เป็นการทดลองที่สำคัญยิ่ง ในการสำรวจศักยภาพของสกุลเงินดิจิทัลที่ออกธนาคารกลาง (CBDC)” คุณ Marius Jurgilas สมาชิกคณะกรรมการธนาคารแห่งลิทัวเนียกล่าว

LBCOIN สร้างบนบล็อกเชนสาธารณะ NEM และใครที่ซื้อไปก็สามารถเก็บใน NEM wallet หรือ Wallet เฉพาะขอร้านค้าออนไลน์ของ LBCOIN โดย LBCOIN สามารถส่งเป็นของขวัญหรือแลกเปลี่ยนกับผู้ซื้อคนอื่น ๆ ได้

ธนาคารแห่งลิทัวเนีย กำลังจะออก LBCOIN เหรียญสะสมดิจิทัลด้วยบล็อกเชนสาธารณะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันไม่ได้เป็นตั๋วเงินถูกต้องตามกฎหมาย แต่มันมีไว้สำหรับสะสม ธนาคารกล่าว

โครงการ LBCOIN จะปิดตัว ภายใน 30 เดือนข้างหน้า นั่นหมายความว่าไม่มีการออกโทเคนดิจิทัลและไม่มีการแลกเหรียญสะสมหลังจากนั้น

ดังนั้น ในเวลานั้น นักสะสมสามารถแลกโทเคนดิจิทัลเป็นเหรียญสะสมที่จับต้องได้ ส่งมันให้เป็นของขวัญหรือโอนไปยังเครือข่ายสาธารณะ NEM ซึ่งพวกเขาสามารถจัดเก็บมันไว้ได้ตลอดไป” ธนาคารกลางกล่าว

โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการพัฒนาตั้งแต่ปี 2561 โดยมีพันธมิตรภายนอกหลายรายเข้าร่วม อาทิ iTree Lietuva บริษัทเทคโนโลยีในยุโรป, Super How, และ UAB Cryptodus

ธนาคารแห่งลิทัวเนีย ยังดำเนินงานโครงการ sandbox ด้วยบล็อกเชน เรียกว่า LBChain ช่วยให้สตาร์ทอัพฟินเทควิจัยด้านบล็อกเชน พัฒนาบริการด้วยบล็อกเชน และทดสอบนำไปใช้งานในสถาบันทางการเงิน

ที่มา :   theblockcrypto.com
——————————————————–
สนับสนุนโดยกลุ่ม Coin Thai Talk : https://www.fb.com/groups/CoinThaiTalk/ กลุ่มใหม่ของคนรักคริปโต