ข่าวต่างประเทศ, สินทรัพย์ดิจิทัล

ไอเอ็มเอฟ ธนาคารโลก กลุ่มประเทศ G20 จะร่วมมือกันออกมาตรฐานกำกับควบคุมสกุลเงินดิจิทัล (CBDC) อย่างเป็นทางการ


หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินระหว่างประเทศและประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุด 20 ประเทศ กำลังกำหนดมาตรฐานการกำกับควบคุมและการออกสกุลเงินดิจิทัลอย่างเป็นทางการ

กลุ่ม G20 เป็นกลุ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้บริหารธนาคารกลางจากประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 19 ประเทศ รวมกับสหภาพยุโรป ระบุเอาไว้ในรายงาน เมื่อวันอังคารว่า กำลังทำงานกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารโลก และธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ร่วมกันกำหนดการใช้สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคาร (CBDC) ในระบบธนาคารอย่างเป็นทางการ

รายงานระบุเอาไว้ว่า ภายในสิ้นปี 2022 สมาชิกกลุ่ม G20 ไอเอ็มเอฟ ธนาคารโลก และ BIS จะเสร็จสิ้นในการกำหนดแนวทางกำกับควบคุม stablecoin รวมถึงการวิจัย และแนวทางในการออกแบบ CBDC เทคโนโลยี และการทดสอบสกุลเงิน CBDC อีกด้วย

Stablecoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มักจะเชื่อมโยงตรึงกับสกุลเงินตรา อย่างเช่น เงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นต้น ไอเอ็มเอฟและธนาคารโลกจะมีความสามารถเชิงเทคนิคอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเทศต่าง ๆ ภายในสิ้นปี 2025 ตามที่รายงานระบุเอาไว้

ประเทศต่าง ๆ จะ “ตรวจสอบขอบเขตแพลตฟอร์มพหุภาคี เตรียมพร้อม stablecoin ระดับโลก และสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารเพื่อรับมือกับความท้าทายการชำระเงินข้ามพรมแดนโดยไม่กระทบต่อมาตรฐานกำกับควบคุมขั้นต่ำ และมาตรฐานในการควบคุมความเสี่ยงด้านนโยบายและเสถียรภาพทางการเงิน” G20 Financial Stability Board (FSB) กล่าว ซึ่งเป็นหน่วยที่ต่อตั้งขึ้นหลังจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2008

พันธมิตรข้ามชาติ

แผนงานกลุ่ม G20 เกี่ยวกับ Stablecoin เป็นไปตามรายงานร่วมที่ออกโดยธนาคารกลางเจ็ดแห่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาผ่าน BIS ในการร่างรับมือกับสกุลเงินดิจิทัลของแต่ละประเทศ

รายงานล่าสุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา จัดทำขึ้นโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารกลางแคนาดา ธนาคารกลางสหภาพยุโรป (ECB) ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ธนาคารกลางแห่งชาติสวิส ธนาคารกลางสวีเดน และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ได้สรุปคุณสมบัติที่สกุลเงิน CBDC ที่แต่ละประเทศจำเป็นต้องมีออกมา

ธนาคารในอเมริกาเหนือ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ระบุเอาไว้ว่า สกุลเงิน CBDC จำเป็นต้องใช้แทนกันได้กับรูปแบบการเงินที่มีอยู่และใช้งานง่ายทำนองเดียวกันกับเงินสดโดยมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย

ระบบสกุลเงิน CBDC ควรเชื่อมกับเทคโนโลยีทางการเงินแบบดั้งเดิม รองรับปริมาณธุรกรรมจำนวนมากแบบทันทีทันใดตลอดเวลา ยากที่จะโจมตีทางไซเบอร์และไม่หยุดชะงัก และดำเนินการตามกฎเกณฑ์กำกับควบคุมและติดตามสอดคล้องกับเงินที่หมุนเวียนอยู่แล้ว และยังคงรักษาอำนาจของธนาคารกลางเอาไว้ รายงานระบุ

ที่มา :   cointelegraph.com
——————————————————–
สนับสนุนโดยกลุ่ม Coin Thai Talk : https://www.fb.com/groups/CoinThaiTalk/ กลุ่มใหม่ของคนรักคริปโต

Show Buttons
Hide Buttons