ข่าวต่างประเทศ

ผู้นำแวดวงคริปโตกังวลใจ ภัยคุกคามการเซ็นเซอร์จาก ‘บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่’

ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียตีจากผู้ให้บริการแบบเก่า ๆ โดยหันมาสนใจแพลตฟอร์มเจ้าอิสระมากขึ้น เนื่องจากหวั่นเกรงการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยมิชอบ รวมถึงการเซ็นเซอร์ และการปฏิเสธให้บริการ

การเปลี่ยนข้อกำหนดการให้บริการของ WhatsApp ทำให้ผู้ใช้งานพากันแห่อพยพออกจากแพลตฟอร์มส่งข้อความรายนี้ไปยังคู่แข่งที่เน้นความเป็นส่วนตัวและอิสระมากขึ้น อย่างเช่น Telegram และ Signal ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนใหม่นับล้านรายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

แทนที่ผู้ใช้งานจะยอมรับข้อกำหนดใหม่ของสิทธิ์ในการแชร์ข้อมูลของ Facebook ผู้ใช้งาน WhatsApp ต่างยอมแพ้ไม่ยอมใช้งานแพลตฟอร์มอีกต่อไป ตีจากแล้วหันไปหาคู่แข่งที่คุกคามน้อยกว่าแทน Telegram เจ้าเดียวถูกดาวน์โหลดไปแล้ว 25 ล้านครั้ง ภายในเวลาเพียง 72 ชั่วโมง

การลงทะเบียนใหม่หลายราย รวมถึงคนที่อพยพจากแพลตฟอร์มฟรีอย่าง Parler กำลังหาแนวทางเชื่อมต่อและจัดการทางเลือก หลังจากผู้ใช้งาน Twitter ปีกขวา (ในสหรัฐฯ) ถูกออฟไลน์โดยผู้ให้บริการโฮสต์ Amazon Web Services (AWS)

เว็บโฮสติ้งเจ้าใหญ่อย่าง AWS ปิดเว็บไซต์และโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมคริปโต สร้างความกังวลใจอย่างมากต่ออนาคตของโครงการที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชน

คุณ Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum อธิบายการถูกแบนของ Parler เป็น “เรื่องน่ากังวลมาก ๆ” เนื่องจาก AWS นั้นเป็น “ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทั่วไป” มากกว่าเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย คุณ Buterin ยังตกใจที่ Twitter ตัดสินใจแบนประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกจากแพลตฟอร์มอย่างถาวร

“จริง ๆ แล้ว คนจำนวนมากไม่เคยสนับสนุนอำนาจขององค์กรธุรกิจที่กำลังเชียร์ซีอีโอบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ให้กระทำอย่างเกรี้ยวกราดเช่นนี้ เหนือผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งตามระบบประชาธิปไตย สิ่งนี้จำเป็นต้องทบทวน…”

ก่อนหน้านี้ มีการประเมินกันว่าโหนด Ethereum ที่รันบน AWS มีมากถึง 60%

ยักษ์ใหญ่ก่อนที่ Parler ถูกปิดกั้น เขาคาดการณ์อย่างถูกต้องว่าอาจเป็นโอกาสสุดท้ายในการดาวน์โหลดแอพโซเชียลมีเดียบางราย คุณ Larimer ยังลาออกจากตำแหน่ง CTO จากทีมนักพัฒนา EOSIO block.one โดยสาบานว่าจะทำงานกับแพลตฟอร์มที่ต่อต้านการเซ็นเซอร์ ซึ่งเขาเชื่อว่าจะกลายเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เนื่องจากคนจำนวนมากพบว่าพวกเขาถูกแบนหรือไม่ก็ถูกระงับจากแพลตฟอร์มรายเดิม ๆ

โครงการคริปโตต่างกำลังกังวลจากลักษณะการรวมศูนย์ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ อย่างเช่น Amazon และคาดว่าปัญหาจะเกิดขึ้นแน่ THORChain เครือข่ายให้บริการสภาพคล่องแบบกระจายศูนย์ กำลังสร้างแรงจูงใจให้หลีกเลี่ยงการรันซอฟต์แวร์บน AWS โดยมอบสิทธิพิเศษเป็นทางเลือกในการให้บริการแทน

ผู้ให้บริการโซลูชั่นแบบกระจายศูนย์ อย่างเช่น ผู้ให้บริการจดโดเมนเนม Handshake ทนทานต่อการเซ็นเซอร์ เนื่องจากหลีกเลี่ยงการพึ่งพากระบวนการแบบเดิมในการแก้ไขโดเมนเนม ผู้จัดเก็บวารสารวิชาการ Pirate Sci-Hub ได้เปลี่ยนผู้ให้บริการ DNS โดยหันมาใช้งาน Handshake แทน (ตามที่คุณ Buterin กล่าวถึง)

ข้อกังวลเกี่ยวกับการเซ็นเซอร์ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ว่า การพึ่งพาผู้ให้บริการโฮสติ้งเพียงรายได้เป็นความเสี่ยงต่อผู้ให้บริการคริปโต ในเดือนพฤศจิกายน การหยุดทำงานของ AWS ส่งผลกระทบต่อ Coinbase มาก ผู้ใช้งานมีปัญหาไม่สามารถเข้าถึงระบบและบัญชีของตนได้

ที่มา :   cointelegraph.com
——————————————————–
สนับสนุนโดยกลุ่ม Coin Thai Talk : https://www.fb.com/groups/CoinThaiTalk/ กลุ่มใหม่ของคนรักคริปโต

Show Buttons
Hide Buttons