spot_imgspot_imgspot_imgspot_img
วันพุธ, มิถุนายน 29, 2022
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตDeFiJPMorgan ต้องการนำสินทรัพย์แปลงเป็นโทเคนนับล้านล้านดอลลาร์สหรัฐมาสู่ DeFi

JPMorgan ต้องการนำสินทรัพย์แปลงเป็นโทเคนนับล้านล้านดอลลาร์สหรัฐมาสู่ DeFi

ฟังบทความข่าว

การแปลงโทเคนของกองทุนตลาดเงินล่าสุดของธนาคารกับ BlackRock กับโครงการ DeFi ของสถาบันที่นำโดยองค์การเงินตราแห่งประเทศสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore)

JPMorgan (JPM) คาดหวังว่าจะได้พบหนทางสำหรับนักพัฒนาด้านการเงินแบบไร้ตัวกลาง (DeFi) เพื่อใช้ประโยชน์จากศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่ไม่ใช่คริปโต

คุณ Tyrone Lobban หัวหน้า Onyx Digital Assets จาก JPMorgan กล่าวกับทาง CoinDesk ที่งาน Consensus 2022 ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ได้อธิบายถึงรายละเอียดเกี่ยวกับแผน DeFi ระดับสถาบันของธนาคาร และเน้นว่ามูลค่าของสินทรัพย์แปลงเป็นโทเคนนั้นเตรียมพร้อมแล้ว

“เมื่อเวลาผ่านไป เราคิดว่าการแปลงเป็นโทเคนของคลังสหรัฐหรือหุ้นกองทุนตลาดเงินนั้น อาจถูกนำมาใช้เป็นหลักประกันใน DeFi pools” คุณ Lobban กล่าว “เป้าหมายโดยรวมคือการนำสินทรัพย์หลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเหล่านี้มาสู่ DeFi เพื่อให้เราสามารถใช้กลไกเหล่านี้ในการเทรด ให้ยืม และการปล่อยสินเชื่อ ด้วยสเกลของสินทรัพย์สถาบัน”

โดยทั่วไปแล้ว Institutional DeFi หมายถึง การกำหนดความรู้จักลูกค้า (KYC) เข้มงวดกับ กลุ่มการให้ยืมแบบ permissionless lending pools เริ่มเกิดขึ้นในพ็อคเก็จนวัตกรรม เช่น Aave Arc เช่นเดียวกับในโครงการที่เพิ่งประกาศเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับธนาคารไทยพาณิชย์และกระทรวงการคลัง

แผนการของ JPMorgan ที่ผนวกการแปลงโทเคนของสินทรัพย์แบเก่าชี้ให้เห็นถึงสเกลที่ใหญ่กว่ามาก Onyx Digital Assets มองเห็นสองส่วนเสริมกันนี้เพื่อนำ DeFi ระดับธนาคารไปสู่สัมฤทธิผล

องค์ประกอบหนึ่งคือ ระบบการชำระเงินหลักประกันบนบล็อกเชนของ JPMorgan ซึ่งขยายออกไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา เพื่อรวมกองทุนหุ้นตลาดเงินของ BlackRock ในรูปแบบโทเคน กองทุนรวมประเภทหนึ่งที่ลงทุนในเงินสดในแง่เงินสดและตราสารหนี้ระยะสั้นท่มีสภาพคล่องสูง แอพพลิเคชั่นประเภทนั้นบนบล็อกเชน  Onyx Digital Assets ซึ่งชำระในโทเคนดิจิทัล JPM Coin ของธนาคารนั้น มีปริมาณซื้อขาย $350 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คุณ Lobban ชี้

ประเด็นที่สองเป็นโครงการนำร่องล่าสุดที่นำโดย Monetary Authority of Singapore และรวมถึง JPMorgan, DBS Bank และ Marketnode และได้รับการขนานนามว่า “Project Guardian” มันทดสอบ DeFi ที่เป็นมิตรกับสถาบันโดยใช้ permissioned liquidity pools ประกอบด้วยพันธบัตรและเงินฝากที่แปลงเป็นโทเคน

กองทุนร่วมทุนใน DeFi เหล่านี้ จะเกี่ยวข้องกับบล็อกเชนสาธารณะและมีโครสร้าง permissioned structure คล้ายกับสิ่งที่ Aave Arc และ Fireblocks ทำ ความแตกต่างประการหนึ่งนั้น ตามที่คุณ Lobban ตั้งข้อสังเกตคือ การตรวจสอบข้อมูลลูกค้าใน Project Guardian นั้นดำเนินการโดยสถาบันทางการเงินขนาดใหญ่ที่เข้าร่วม ตรงข้ามกับแพลตฟอร์ม DeFi และบริษัทรับฝากสินทรัพย์คริปโต กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เทรดเดอร์ JPMorgan ต้องพิสูจน์ว่าพวกเขามีสิทธิ์และสิทธิ์ในการเทรดในนามของธนาคาร Wall Street

ข้อมูลประจำตัวที่ตรวจสอบได้ (Verifiable credentials)

ความแตกต่างอีกประการหนึ่งคือแนวทางใหม่ในการอนุญาต DeFi โดยใช้หน่วยการสร้างข้อมูลประจำตัวดิจิทัล เช่น ข้อมูลประจำตัวที่ตรวจสอบได้ของ W3C (W3C verifiable credentials)

“เราต้องการใช้ข้อมูลประจำตัวที่ตรวจสอบได้เป็นวิธีการระบุตัวตนและพิสูจน์ตัวตน ซึ่งแตกต่างจากโมเดล Aave ปัจจุบัน เป็นต้น” คุณ Lobban กล่าว

“ข้อมูลประจำตัวที่ตรวจสอบได้นั้นน่าสนใจ เพราะสามารถนำสเกลที่คุณต้องการเพื่อให้เข้าถึง pools เหล่านี้ได้ โดยไม่ต้องรักษา white list ของ addresses เนื่องจากข้อมูลประจำตัวที่ตรวจสอบได้นั้นไม่ได้ถูกเก็บไว้ในเครือข่าย คุณจึงไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเขียนข้อมูลประเภทนี้ไปยังบล็อกเชน การชำระเงินค่าธรรม (gas fees) เป็นต้น”

JPMorgan ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม DeFi และคู่สัญญาใด คุณ Lobban กล่าว แต่จะเป็นหนึ่งในข้อเสนอที่ได้รับการยอมรับ “มันมาจากรากฐานของโปรโตคอลที่คุณคาดหวัง ทดสอบในการต่อกรกับ TVLs (total value locked) สูง แต่เรายังไม่ได้หาว่าอันไหนดี”

คุณ Lobban อธิบายว่าในช่วงสองปีครึ่งที่ผ่านมา คุณ JPMorgan ได้สำรวจตัวตนดิจิทัลอย่างเงียบ ๆ ในบริษัทของบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล

“หากเราสามารถวางเลเยอร์ข้อมูลระบุตัวตนนี้ไว้ข้างหน้า DeFi ที่เปิดใช้งานการเข้าถึงแบบ KYC ได้ แต่ละโปรโตคอลก็ควรจะสามารถสนับสนุนสถาบันโดยธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องทำการเปลี่ยนแปลงมากเกินไปในสิ่งที่พวกเขาทำ” คุณ Lobban กล่าว “เราต้องตั้งค่า permissioned pools แยกต่างหาก และทำการเปลี่ยนแปลงโปรโตคอลที่มีอยู่หรือไม่?  หรือสิ่งเหล่านี้สามารถทำงานนอกกรอบได้ไหม”

ที่มา : coindesk.com

siambitcoin
สยามบิทคอยน์ประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเพื่อแลกเปลื่ยนข้อมูล ให้ความรู้ ข่าวสาร เกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อคเชน และ คริปโตเคอเรนซี่
RELATED ARTICLES
- Advertisment -โฆษณา sidebar ad

Most Popular

Recent Comments

Light Dark Dark Light