Monday, April 22, 2024
Homeข่าวสาร คริปโตข่าวต่างประเทศBernstein ชี้ว่า กองทุนโทเคนใหม่ของ BlackRock จะช่วยเชื่อมโลก TradFi กับ Crypto ให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

Bernstein ชี้ว่า กองทุนโทเคนใหม่ของ BlackRock จะช่วยเชื่อมโลก TradFi กับ Crypto ให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

การเปิดตัวกองทุน BUIDL นั้นมีความสำคัญ เพราะว่าผู้จัดการกองทุนได้ดึงพันธมิตรหลักจากทั้งโลก TradFi และภาคส่วนคริปโตมาเข้าร่วม

  • BlackRock เปิดตัวกองทุนโทเคนแรกบนบล็อกเชนสาธารณะเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
  • ผู้จัดการการลงทุนได้ดึงดูดสถาบันสำคัญจากทั้งโลก TradFi และภาคส่วนคริปโต
  • Bernstein กล่าวว่า กองทุนออนเชน (On-chain funds) อาจเป็นประเภทการเติบโตใหม่สำหรับผู้จัดการสินทรัพย์

การเปิดตัวกองทุนโทเคน (tokenized fund) แรกบนบล็อกเชนสาธารณะของ BlackRock (BLK) นั้นมีความสำคัญ เพราะแนวทางที่บริษัทจัดการสินทรัพย์ดึงดูดพันธมิตรหลักในระบบนิเวศทั้งจาก TradFi และภาคส่วนคริปโต

ในฐานะส่วนหนึ่งของกระแสการแปลงกองทุนรวมและตราสารหนี้ให้เป็นดิจิทัลบนบล็อกเชน บริษัทการลงทุนยักษ์ใหญ่เปิดตัวกองทุนโทเคนแรกอย่างเป็นทางการบนเครือข่าย Ethereum เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

Bernstein กล่าวว่า แม้กองทุนตลาดเงินแบบโทเคน (tokenized money market fund) จะไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่การเปิดตัวกองทุน BlackRock USD Institutional Liquidity Fund (BUIDL) นั้นมีความสำคัญในแง่ที่ผู้จัดการการลงทุนได้ “ดึงพันธมิตรที่มีความสำคัญในระบบนิเวศทั้งจากโลกการเงินแบบเก่าและโลกคริปโต”

“สิ่งนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกันระหว่างทั้งสองฝั่ง และจะช่วยให้ลูกค้าวงการเงินแบบเก่ารู้สึกสบายใจมากขึ้นที่จะใช้เงินทุนบนเชน โดยไม่ต้องเผชิญกับจุดติดขัดที่สำคัญ” Gautam Chhugani และ Mahika Sapra นักวิเคราะห์ระบุ

กองทุนนี้ใช้โทเค็น BUIDL บนระบบบล็อกเชนเป็นตัวแทน และได้รับการหนุนเต็มรูปแบบด้วยเงินสด ตั๋วแลกเงินคลังสหรัฐฯ และสัญญาซื้อคืน BlackRock กล่าว

บริษัทจัดการการลงทุนระบุว่า Securitize จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการโอนกรรมสิทธิ์และแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนดิจิทัล ธนาคาร BNY Mellon ซึ่งเป็นสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) จะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลรักษากองทุน ธนาคาร Anchorage Digital Bank NA, BitGo, Coinbase และ Fireblocks จะเข้ามามีส่วนร่วมในระบบนิเวศของกองทุน

รายงานระบุว่า การตัดสินใจใช้ Ethereum เป็นบล็อกเชนสาธารณะ (public blockchain) แทนที่จะใช้บล็อกเชนส่วนตัว (private blockchain) ช่วยให้ “มีพื้นที่การออกแบบที่กว้างขึ้นสำหรับการทำงานร่วมกันและการเขียนโปรแกรม”

กองทุนออนเชนมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นหมวดหมู่ใหม่สำหรับการเติบโต (growth) ของผู้จัดการสินทรัพย์ และ “การจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลอาจพัฒนาจากการสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างง่ายผ่านผลิตภัณฑ์ ETF ไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์มัลติแอสเซ็ต (multi-asset) บนเชนที่นำออกตลาดและเศรษฐศาสตร์หน่วย (unit economics) ของตัวเอง”

ที่มา :  coindesk.com

Sponsorspot_img
spot_img
spot_img
spot_img
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด